วันอังคารที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2555

ทักษะที่จำเป็นสำหรับนักเรียนไทยในศตวรรษที่ 21

จากการได้อ่านหนังสือ 21 st Skill ที่เป็นการนำเสนอแนวความคิดในการพัฒนาระบบการเรียนการสอนในโรงเรียนของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยแนวความคิดเหล่านี้หาได้เป็นแนวความคิดที่เกิดจากองค์กรทางการศึกษาของภาครัฐ แต่กลับกลายเป็นว่าตัวตั้งตัวตีที่พยายามจะนำแนวคิดนี้ไปสู่การปฎิบัติอย่างเห็นผลจริงจังก็คือ "ภาคีเครือข่ายความร่วมมือ 21st Skill " .................เห็นแนวทางการพัฒนาการศึกษาของเขาแล้ว ชวนให้เกิดความรู้สึกสลดหดหู่ยิ่ง เมื่อได้มองย้อนกลับมาที่ระบบการศึกษาบ้านเรา มาตรฐานการศึกษาของเขาที่เรายกย่องว่าเลิศ เขากลับมองว่าไม่เพียงพอต่อการผลิตมนุษย์ประเทศเขาเพื่อรองรับศตวรรษที่ 21 เมื่อมองกลับมาที่ประเทศเรา ระบบการศึกษายังอยู่ในวังวนเดิมๆ ที่ไม่ควรจะเป็นปัญหา เช่น ปัญหาหนี้สินครู ปัญหาวิทยฐานะที่มีระบบการประเมินที่พิกลพิการ(ผู้เขียน) เห็นครูและบุคลากรทางการศึกษาเดินทางไปประท้วงเรื่องหนี้สิน ไปประท้วงเรื่องวิทยฐานะกันมากมายเพื่อให้รัฐช่วยแก้ปัญหาให้ .............แต่ยังไม่เห็นมีครูคนไหน หรือกลุ่มใด เดินทางไปประท้วงเพื่อให้รัฐบาลแก้ปัญหาเรื่อง "ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนตกต่ำ".........หรือว่าไม่จริง
กกกกกกขึ่นต้นด้วยการเกริ่นนำเรื่องหนังสือ 21st Skill แต่ดันลงท้ายที่เกือบจะเหมือนการด่าครู ทั้งๆที่ตนเองก็เป็นครู แต่ผู้เขียนเชื่ออย่างนึงว่าคนที่ลงบ่อโคลนย่อมรู้ซึ้งถึงคำว่าโคลนดีกว่าคนที่ยืนมองอยู่บนปากบ่อ สิ่งที่สาธยายไปอาจจะขัดใจใคร(ครู)หลายๆคน แต่ขออย่างนึงว่า ขอให้ท่านได้ทำตัวให้เป็นผู้หนัก(ครุ) พร้อมกับเปิดใจนำเอาสิ่งที่ผู้เขียนได้ว่าไว้ ไปคิดไตร่ตรองให้ดีว่าจริงหรือไม่.......อย่ารอให้เกิดการเดินทางไปประท้วงเรื่องผลสัมฤทธื์ทางการเรียนของผู้เรียนตกต่ำ โดย "ผู้ปกครองนักเรียน"!!

วันพุธที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ระบบการศึกษาไทยในอนาคต

ระบบการศึกษาไทยนั้น เป็นระบบที่ควรจะมีความยืดหยุ่นเอาความต้องการและศักยภาพของผู้เรียนเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่เอาความต้องการของสถานศึกษาเป็นตัวตั้ง เพราะทุกวันนี้เด็กหลายคนที่ถูกบังคับให้เข้าสู่ระบบการศึกษาภาคบังคับเพราะ สถานศึกษานั้นต้องการจำนวนเด็กที่มากที่สุดเข้าไว้ เพราะจำนวนเด็กที่เข้าเรียนในสถานศึกษานั้นจะแปรผันตรงกับจำนวนเงินงบประมาณที่สถาศึกษาจะได้รับจากรัฐบาล เป็นเหตุให้เด็กหลายคนไม่สามารถที่จะเรียนรู้และใช้ความถนัดของตนเองได้อย่างเต็มที่ เช่น เด็กบางคน มีครอบครัวที่ทำอาชีพเพาะปลูกทำให้เด็กมีความสนใจและชอบในการเพาะปลูก แต่สถานศึกษาไม่ได้ส่งเสริมในเรื่องนี้แต่กลับไปส่งเสริมในเรื่องวิชาการ ซึ่งทำให้เด็กไม่ชอบและไม่สามารถที่จะเรียนรู้ได้ตามศักยภาพ ทำให้เกิดความเบื่อหน่ายต่อการเรียน พฤติกรรมเบี่ยงเบนไปในทางที่ไม่ดี จากกรณีนี้ถ้าวิเคราะห์ให้ดีจะพบได้ไม่ยากว่า ถ้าเด็กคนนี้ได้เรียนรู้อย่างเป็นระบบในกระบวนการเพาะปลูก ซึ่งเป็นสิ่งที่เด็กคนนี้ชอบจะทำให้ประเทศไทยได้นักกสิกรรมมือฉกาจเพิ่มมา 1 คน แทนที่จะได้อันธพาล จากระบบการศึกษาภาคบังคับในปัจจุบัน ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ระบบการศึกษาไทยจะแบ่งเป็น 2 ภาค
1. การศึกษาตามระบบ ซึ่งเน้นวิชาการที่จะทำให้ได้ผลผลิตเป็นนักวิชาการที่จะสร้างองค์ความรู้ใน การพัฒนาประเทศต่อไป
2. การศึกษาตามความถนัด ซึ่งเน้นวิชาชีพ ซึ่งเป็นการส่งเสริมผู้เรียนตามความถนัด ตามศักยภาพของผู้เรียน ซึ่งวิชาชีพที่มีในระบบการศึกษาตามความถนัดนี้อาจจะจำแนกคร่าวๆได้ดังนี้
1.1 วิชาชีพเกษตรกรรม แบ่งเป็น พืชสวน พืชไร่ ข้าว ผู้ที่จะเรียนได้ต้องมีที่ดินเป็นของตนเอง หรือของพ่อแม่
1.2 วิชาชีีพปศุสัตว์ แบ่งเป็น สัตว์ปีก สัตว์น้ำ สัตว์กีบ ผู้ที่จำเรียนได้ต้องมีที่ดินของตนเองหรือของพ่อแม่
1.3 วิชาชีพบริการ เช่น พนักงานขับรถ พนักงานต้อนรับในโรงแรม ช่างตัดผม นวดแผนโบราณ ฯลฯ
1.4 วิชาชีพศิลปะ เช่น ช่างวาดภาพ ช่างปั้น ช่างหล่อ ช่างแกะสลัก
1.5...................
1.6..........................
1.7........................................
ฯลฯ

แนวคิดนี้เกิดขึ้นมาได้ไม่ใช่เพราะว่า ระบบการศึกษาในปัจจุบันนั้นไม่ดี แต่จากการที่ได้เข้ามาอยู่ในแวดวงการศึกษากว่า 5 ปี ทำให้พบว่ากว่าเด็กบางคนจะตะกายออกจากระบบการศึกษาภาคบังคับเข้าไปสู่ภาค วิชาชีพ (เทคนิค อาชีวะ ) ได้นั้น บางคนก็มีพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนไปในทางที่ไม่ดีแล้ว เพราะเกิดความเบื่อหน่ายกับการเรียนวิชาการอย่างเข้มข้นซึ่งเขาไม่ชอบ แต่ครูบาอาจารย์บางคนมักพูดติดปากว่า "ไม่ชอบก็ต้องเรียน" ทำให้ผมคิดว่าถึงเวลาปฏิวัติระบบการศึกษาไทยแล้ว เพราะการเรียนตามความชอบและความถนัดนั้นจะให้ประสิทธิภาพสูงสุด ตรงกับความต้องการของประเทศและตลาดแรงงานมากที่สุด ................ใครที่มีครอบครัวทำนามีที่นาแล้วไม่ชอบการเรียนวิชาการพวก ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ก็ไปเรียนการทำนาปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตเลิศ.......เด็กคนไหนที่ครบครัวทำสวน ผลไม้และชอบการเพาะปลูก ก็ไปเรียนการเพาะปลูกไม้ผลให้ได้ผลผลิตเลิศ ซึ่งอาจจะต้องใช้องค์ความรู้ของวิชาการแต่ก็ไม่เข้มข้นจนรู้สึกเบื่อหน่าย

ทำไมเราต้องไปเดินตามก้นต่างประเทศในเรื่องระบบการศึกษา
ทำไมเราต้องไปคิดว่าระบบการศึกษาของต่างประเทศเป็นระบบที่ดีที่"เหมาะสม" กับประเทศเรา
ทำไมเราไม่ลองมองย้อนกลับมาดูประเทศตัวเองว่ามีจุดแข็งอะไร
แล้วทำไมเราไม่ลองวิเคราะห์หาวิธีที่จะพัฒนาจุดแข็งของประเทศเรา โดย......................
ใช้ระบบการศึกษาของเราที่เรา "คิดเอง" เป็นตัวนำ

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

โรงเรียนไร้สาย

เพิ่งระลึกชาติได้ว่า ตัวเองมีบล๊อกอยู่นี่ เพราะงานเยอะมาก ถึงมากที่สุด ไม่ได้ทำอะไรเลยไม่ด้อัปบล๊อกซักกะที มัวแต่ไปทำอะไรก็ไม่รู้ ทั้งกีฬา ทั้งแข่งวิชาการ(เกิน) ทำงานสนองเจ้านายทั้งหลายจนไม่ได้ทำงานตัวเอง ป.โท ก็จะโดนไล่ออกแล้ว เพราะ Thesis ไม่เสร็จซักที.........ถ้าแยกร่างได้จะดีมากๆเลยตอนนี้ หุหุ
นอกเรื่องมานาน เพราะตามหัวเรื่องผมขึ้นไว้ว่า โรงเรียนไร้สาย ที่ตั้งชื่อนี้เพราะว่าทุกวันนี้อุปกรณ์สื่อสารไร้สายมีราคาถูกลง ทำให้พวกเราๆท่านๆมีโอกาศได้ใช้ซะที ถึงแม้ว่ามันจะ made in Chaina ก็เหอะ เมื่อมันราคาถูกลง บรรดาเจ้านายที่โรงเรียนต่างๆก็อยากจะมี อยากจะใช้ เพราะส่วนมากท่านเจ้านายจะใช้ note book กัน ถ้ามี wireless lan ใช้ก็ยิ่งดี จะได้เอาไปคุยอวด ผอ.โรงเรียน อื่น.....หุหุ กรรมก็เลยมาตกที่ครูคอมฯ เพราะครูคอมฯ บางท่านเก่งในเรื่องทำสื่อมาก แต่เรื่องพวกนี้ท่านไม่รู้เรื่องเลย นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผมอยากเขียนบทความเรื่อง โรงเรียนไร้สาย ขึ้นมา แต่ก่อนที่ท่านจะทำโรงเรียนไร้สายได้นั้น ผมขอแนะนำว่าท่านควรกลับไปอ่านบทความเรื่อง ที่ผ่านๆมาของผมให้เข้าใจก่อนจะดีที่สุด(จะได้อ่านบทความต่อไปรู้เรื่อง)
ในขณะที่ผมรอท่านกลับไป่านบทความเก่าๆของผมอยู่นั้น ผมก็จะขออนุญาตไปนอนก่อนนะครับ เดี๋ยววันหน้าค่อยมาว่าเรื่อง โรงเรียนไร้สายกันต่อ วันนี้ราตรีสวัสครับ

วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2552

ไวรัส msddll.exe

เพิ่งเจอมาสดๆร้อนๆครับ ไวรัส msddll.exe อาการของเครื่องที่ติดนะครับ จะช้ามาก เรียกได้ว่าอืดโคตรๆ  พอเราเปิด Task Manager ขึ้นมา จะพบว่าเจ้า msddll.exe จะกิน process เยอะมาก เกือบๆ 90% ทำให้เครื่องเราอืดอย่างเห็นได้ชัด  วิธีการแก้ไขนะครับ 
1.ทำการเปิด การ Hidden file ตรง Floder option...คือ Show มันทุกอย่างเลย
2. เข้าลบไฟล์์ msddll.exe ที่ C:\windows\system\msddll.exe
3.เข้าไปลบไฟล์ verclsid.exe ที่ C:\windows\system32\verclsid.exe 
4. reboot เครื่อง

หายก็ดีไป  แต่ถ้าไม่หายก็ตัวใครตัวเราครับ  ..................ของผมหายนะ

กลับมาแล้วครับ

หลังจากที่หายไปนาน ตอนนี้เริ่มมีเวลาเป็นของตัวเองเลยทำให้อยากเขียนอะไรซะหน่อย  ว่าที่หายไปนั้นไปเจออะไรมาบ้าง ......ที่หายไปก็ไม่ได้หายไปไหนนะครับ ก็แค่วุ่นวายกะการเรียนนิดส์หน่อย บวกกับวิ่งรอกหาเงินค่าเทอม(รับงานนอกมา) ไหนจะงานประจำที่ต้องรบราฆ่าฟันกับเด็กๆอีก ทำให้ไม่มีเวลามาดูแลบล๊อกนี้เลย  แต่ช่วงนี้ความคับคั่งในชีวิตก็เริ่มลดลง ทำให้พอมีเวลาบ้าง ก็เลยลองๆหาดูโปรแกรมฟรีๆเจ๋งๆ  ที่จะเอามาใช้ใน Network โรงเรียนได้ โดยที่ครูผู้ดูแลระบบไม่จำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับระบบเครือข่ายเท่าไหร่    ซึ่งถ้าท่านกำลังมองหาโปรแกรมที่จะมาทำ
1.ระบบป้องกันการบุกรุกข้อมูลในเครื่อข่ายของท่า
2.ระบบการทำ Loadbalance (ใช้เน็ต2 เส้นพร้อมๆกัน)
3.ระบบการเก็บการดาวน์โหลดข้อมูลโดยไม่ต้องโหลดซ้ำ
4.ระบบบันทึกการใช้งานอินเทอร์เน็ตของคนในเครือข่าย
.. .
 .. 
.. 
..etc

ถ้าท่านกำลังมองหาโปรแกรมที่ว่านี้ ผมคิดว่าไอ้เจ้า Endian Firewall นี่แหละที่จะเป็นคำตอบที่เหมาะสมในเวลานี้ เพราะ
1.เจ้า Endian นี้ไม่จำเป็นต้องลง OS อะไรที่ยุ่งยากเหมือน Linux SIS
2.เจ้า Endian นี้ไม่ได้ต้องการ H/W ที่เริ่ดหรูมากนัก
3.เจ้า Endian นี้สามารถทำระบบเก็บไฟล์ดาวน์โหลดได้ไม่ยุ่งยากส์(ทำงานร่วมกับ Frox)
4.เจ้า Endian นี้สามารถทำระบบบันทึกการใช้อินเทอร์เน็ตได้อย่างถูกต้องตาม พรบ.คอมฯ
5.เจ้า Endian นี้ไม่งอแงกับฮาร์ดดิกส์แบบ SATA เหมือน IPCop
.. 
..
..etc
จากที่บรรยายมานี้ท่านใดที่ใช้ LinuxSIS อยู่อาจจะไม่ต้องออกแรงมากก็จะสามารถใช้เจ้า Endian ได้ เพราะมันแทบจะไม่ต่างกันเลยทั้งในการติดตั้ง การใช้งาน ซึ่งผมจะเอามาปล่อยในคราวต่อๆไป  แต่ถ้าท่านใ้ดสนใจอยากจะลองหามาติดตั้งใช้งานดูก่อนก็ลองถาม google ดูว่าเ ราจะหาเจ้า Endian ได้ที่ไหน ได้แล้งก็ลองดูเลยครับไม่ยากแน่นอน

วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ทำ FTP Server ใช้ภายในโรงเรียน

ในบทความนี้จะเสนอการทำ FTP Server ไว้ใช้ในระบบ Network โรงเรียนของเรา ย้ำนะครับว่าระบบ Network โรงเรียน ซึ่งเจ้า FTP Server นี้จะสามารถมองเห็นและเข้าถึงได้เฉพาะในวงแลนของเรา โดยการทำ FTP Server นี้ผมจะทำด้วยการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปนะครับเพราะง่ายดี สามารถจัดการได้สะดวกกว่าการเรียกใช้บริการของวินโดว์ ซึ่งโปรแกรมที่ว่านี้ก็คือ Filezilla Server ซึ่งเป็นโปรแกรมฟรีนะครับสามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้จาก http://filezilla-project.org/download.php?type=server ต้องดูดีๆนะครับเพราะเจ้า Filezilla นี้มีทั้งแบบที่เป็น Client และ Server เมื่อดาวน์โหลดมาแล้วก็ทำการติดตั้งตามขั้นตอนดังนี้เลยครับ

1.

เมื่อดับเบิ้ลคลิกไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาแล้วจะได้หน้าต่าง ข้อตกลงในการใช้ เราก็กดปุ่ม I Agree ไปเลยครับ

2. ขั้นตอนที่สองโปรแกรมก็จะถามว่าจะติดตั้งโปรแกรมไว้ที่ Folder ซึ่งเราก็เอาตามค่ามาตรฐานที่มันตั้งมาให้เลยครับ ดังรูป


3. ขั้นตอนนี้มันจะถามว่าต้องการให้FileZilla เริ่มทำงานพร้อมกับวินโดว์หรือไม่ ซึ่งเราสามารถเลือกได้นะครับ ไม่จำเป็นต้องเลือกเหมือนผมก็ได้ ซึ่งผมเลือกให้มันทำงานพร้อมวินโดว์ (Default)

ผมเลือกค่า Default ที่โปรแกรมมันตั้งมาให้เลยครับ แล้วกดปุ่ม Install

4. เมื่อติดตั้งโปแกรมเสร็จแล้วโปแรกมก็จะแสดงสาถนะดังรูป 

เราก็กดปุ่ม Close เลยครับ

 

5. เมื่อติดตั้งโปรแกรมเสร็จจะได้ดังรูป

เป็นการแสดงสถานะของ Server นะครับว่า on หรือยัง

6. ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการจัดการกลุ่มผู้ใช้นะครับ โดยมีวิธีการดังนี้

6.1 กำหนดกลุ่มผู้ใช้

6.2 กำหนด Home Directory ที่ผู้ใช้ในกลุ่มจะใช้ร่วมกัน

6.3 สร้างบัญชีผู้ใช้ โดยจะใส่หรือไม่ใส่รหัสผ่านก็ได้ โดยสามารถกำหนดสิทธิ์(Permission) ได้ด้วย

 ซึ่งขั้นตอนนที่ว่ามานี้สามารถแสดงได้ดังรูป




7. เมื่อทำการจัดการผู้ใช้เสร็จแล้วโปรแกรมก็จะแสดงสถานะดังรูป

8. เสร็จแล้วก็ลองเข้าใช้งาน FTP Server จากเครื่องลูกดูนะครับโดยทำการเปิด MyComputer ขึ้นมาแล้งพิมพ์ ftp://หมายเลขไอพีเครื่อง Server (ftp://192.168.212.154) ลงใน Address Bar แล้วกดปุ่ม Enter โปรแกรมจะฟ้องให้เราใส่รหัสผ่าน ดังรูป  

เมื่อใส่รหัสผ่านเข้าไปแล้วต้องสามารถเข้าถึง Home Directory ที่ตั้งไว้ได้นะครับ ถ้าได้ตามนี้ก็เป็นอันว่าเสร็จ ถ้าไม่ได้ก็ลองอ่านดู Error ที่โปรแกรมมันฟ้องครับ

ที่ผมนำเสนอนี้เป็นเพียงแค่การทำ Ftp Server เอาไว้ใช้ภายในโรงเรียนนะครับ แต่ถ้าท่านต้องการทำไว้ใช้บนอินเทอร์เน็ตก็สามารถทำได้โดยเอาเครื่อง Server มาระบุหมายเลขไอพี ให้เป็น ไอพี จริง แค่นี้ก็เรียบร้อยครับ แต่ในเรื่องความปลอดภัยว่าจะโดนโจมตีจากผู้หวังดีประสงค์ร้ายหรือไม่ อันนี้ผมไม่รับประกันครับ....หุหุ

วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

แก้ไอคอน หน้าจอหาย

คลิกขวาที่หน้าจอ แล้วไปที่ Arrange-->Show Desktop Icons แค่นี้ก็เรียบร้อยครับ ตามรูปเลยครับ
ถ้าทำแบบนี้แล้วไม่หายก็ลองเข้า Safe Mode แล้วลอง ถอนการติดตั้งโปรแกรมล่าสุดที่คุณได้ติดตั้งลงไป แล้วรีสตาร์ท อันนี้น่าจะช่วยได้  แต่ถ้าทำทั้งสองวิธีแล้วยังไม่ได้ ก็แสดงว่าท่านอาจจะติดไวรัส ซึ่งต้องหาโปรแกรมสแกนไวรัสดีๆมาใช้ก็จะช่วยได้